ข่าวสารโรคภัยไข้เจ็บและวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ

ระวัง! อาการปวดหลังกับ 5 สัญญาณส่อโรคที่คุณไม่ควรมองข้าม

Home  /  โรคภัยไข้เจ็บ  /  ระวัง! อาการปวดหลังกับ 5 สัญญาณส่อโรคที่คุณไม่ควรมองข้าม

อาการปวดหลังเกิดขึ้นด้วยกันจากหลายปัจจัย และวิธีการรักษาด้วยตัวเองเบื้องต้นในกรณีที่ยังไม่อยากไปพบแพทย์คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่จะต้องเป็นอาการที่เพิ่งปวดใหม่ๆ เท่านั้น ทว่าอย่างไรก็ดี ยังมีอาการปวดที่บ่งชี้สัญญาณของโรคบางอย่างได้ด้วย หากอยากรู้แล้วว่ามีรายละเอียดอย่างไร เรามาติดตามไปพร้อมๆ กันเลย

1.1

สาเหตุของอาการปวดหลัง

หลักๆ แล้ว อาการปวดหลังมักเกิดจากการนั่งนานเกินไป การยกของหนักหรือแม้แต่การออกกำลังกายหนักก็ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เมื่อมีอาการปวดหลังผู้ป่วยจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึง ปวดเมื่อย หากเป็นหนักมากอาจรู้สึกว่าหลังไม่สามารถขยับได้ หรือหากมีอาการปวดร้าวถึงขาข้างใดข้างหนึ่ง ก็อาจเป็นเพราะหมอนรองกระดูกมีการเคลื่อนตัวจนเคล็ดและเข้าไปกดทับเส้นประสาท หากมีอาการเช่นนี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้องจะดีที่สุด

อย่างไรก็ดี อาการปวดหลังอาจไม่ได้ปวดเพราะกล้ามเนื้อหรือกระดูกเป็นต้นเหตุเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณส่อโรคบางอย่างที่มีปัญหาจากอวัยวะภายใน ซึ่งกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติที่เราไม่ควรมองข้าม ดังนี้

1.ปวดหลังร่วมกับอาการแขนขาชา

หากมีอาการปวดหลังพร้อมกับแขนขาชา ไร้เรี่ยวแรง ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไว้ได้ นั่นบ่งบอกว่าไขสันหลังกำลังได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์กระดูกและทำการรักษาอย่างถูกต้อง

2.ปวดหลังในบริเวณเอวพร้อมกับมีไข้หนาวสั่น

หากไตมีการติดเชื้อ อักเสบหรืออาจเป็นกรวยไตอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังบริเวณเอว มีไข้และหนาวสั่นร่วมด้วย ทั้งหมดนี้ มีสาเหตุมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอและชอบอั้นปัสสาวะบ่อยๆ

3.ปวดหลังในระหว่างตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์มักมีอาการปวดหลัง เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ยึดกระดูกอยู่เกิดความหย่อนยานลง ตลอดจนการแบกรับน้ำหนักตัวที่มีมากขึ้นของทารก หรือเกิดจากขนาดมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจนเข้าไปกดทับเส้นประสาท ทำให้คุณแม่มีอาการปวดหลังและปวดร้าวไล่ไปจนถึงขาได้นั่นเอง

4.ปวดหลังในระดับเหนือบั้นเอวสองข้าง

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเหนือบั้นเอวสองข้าง หากพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจโดยอาจคลำไปพบก้อนเนื้อบริเวณตำแหน่งไต และหากพบว่ามีเลือดปะปนมากับปัสสาวะ ระดับความดันโลหิตสูงร่วมกับภาวะโลหิตจาง นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณเป็นโรคถุงน้ำในไต ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมด้วยได้ โรคนี้จะทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลเสียมายังร่างกายจนก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง พร้อมกันนี้ ไตยังเสี่ยงติดเชื้อได้งายและอาจไตวายเรื้อรังจนกระทั่งไตหยุดทำงานอย่างถาวร นอกจากนี้แล้ว ยังทำให้เกิดถุงน้ำขึ้นในอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

5.ปวดหลังเรื้อรังและปวดหนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

อาการปวดลักษณะดังกล่าวมักเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปซึ่งมักเกิดขึ้นจากโรคไขข้ออักเสบ หรือมีภาวะกระดูกทับเส้น นอกจากนี้ ยังพบในคนที่มีรูปร่างอ้วนด้วย

1.2

วิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง

เมื่อมีอาการปวดหลัง คุณสามารถบรรเทาอาการปวดด้วยตัวเองในเบื้องต้นได้ง่ายๆ โดยทำได้ 2 วิธีดังนี้

1.ประคบร้อน

แนะนำให้ประคบร้อนเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดให้ทำงานดีขึ้น และเส้นเอ็นก็จะเกิดความยืดหยุ่นลง เท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้มากขึ้นแล้ว

2.นวดผ่อนคลาย

ควรนวดเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและยังช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้ เนื่องจากการนวดเป็นศาสตร์บำบัดอาการปวดได้ดีรูปแบบหนึ่ง แต่จะต้องค่อยๆ นวดอย่างเบามือ หรือไม่ควรนวดด้วยท่าที่ต้องบิดตัวแรง เพราะอาจจะยิ่งทำให้อาการปวดเป็นหนักขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าอาการปวดหลังยังไม่ดีขึ้น นับวันยิ่งสร้างความทรมานให้ร่างกายได้เป็นอย่างมาก ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกต้องจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้น หากพบแพทย์ช้าไป แพทย์อาจจะตรวจพบโรคร้ายที่ทำการรักษายากขึ้นก็เป็นได้


Comments are closed.